ร่วมสร้างสรรค์ ร่วมอุดมการณ์ ร่วมต่อต้านการซื้อขายสัตว์ป่า พัฒนาการเลี้ยงนกกรงหัวจุก
:: ดูกระทู้ - *** วิถีคน วิถีกรง *** อ.ชัยยุทธ์
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

*** วิถีคน วิถีกรง *** อ.ชัยยุทธ์
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้     หน้ากระดานข่าวหลัก -> สินค้า/แข่งขัน/พูดคุยทั่วไป
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 19/06/2014 8:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มาคุยกันต่อนะครับ ที่ผมเล่าเรื่องประวัติเมืองตรังมา ก็เพื่อเป็นการให้เกียรติพี่น้องชาวตรัง และเพื่อให้คนอื่นๆที่ไม่ใช่คนตรังหรือไม่รู้เรื่องเมืองตรังได้รับรู้บ้าง(ผิดถูกอย่างไรก็ต้องขออภัยพี่น้องชาวตรังไว้ด้วยนะครับ) เพราะปัจจุบันการเลี้ยงนกกรงก็ไม่ได้อยู่เฉพาะคนใต้เท่านั้น หากแต่มีการเลี้ยงและเล่นกันทั่วประเทศไปแล้ว เรามาทำความรู้จักกับประวัติและวิถีคนตรัง จะได้เข้าใจและซึมซับวิถีคน-วิถีกรงของตรัง ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของเขา กรงนกกรงฯในอดีตนั้นบ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดได้ดี ซึ่งได้เคยบอกไว้แล้วว่าในสมัยก่อนนั้นมีอยู่ไมกี่จังหวัดที่ทำกรงนกกรงฯแล้วแสดงความเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง กรงตรังก็มีความเป็นอัตลักษณ์ที่น่ามองหาครับ เรื่องเล่าของผมจึงอยากให้เพื่อนพ้องน้องพี่ที่เข้ามาอ่าน ได้เข้าใจว่า การเลี้ยงนกกรงฯของเรานั้นไม่ใช่แค่เรื่องของนกเท่านั้น มันยังมีส่วนประกอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไป ก็คือกรงและตะขอครับ กรงไม่ใช่ตะรางสำหรับกักขังนกที่เรารัก แต่กรงที่ดีก็ย่อมเป็นที่อาศัยของนกที่เรารักด้วย นอกจากนี้ยังบ่งบอกถึงความมีรสนิยมของเจ้าของด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรงที่มีอัตลักษณ์ของจังหวัดที่ทำกรงนั้นๆ มันเป็นทั้งศิลปะพื้นถิ่น ความเป็นตัวตนของช่างและวัฒธรรมของจังหวัดนั้นที่น่าภาคภูมิใจ ผมจึงเขียนเพื่อให้กรงดีๆที่มีความเป็นอัตลัษณ์พื้นถิ่น มีคุณค่ากว่าเป็นแค่กรงขังนกครับ เอาหละเดี๋ยวมาคุยกันถึงวิถีคนกันต่อนะครับ (พักสูบบุหรี่สักครู่ครับ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 19/06/2014 8:44 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับเมืองตรังเมื่อพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศณภัคดี(คอซิมบี้ ณ ระนอง)มาเป็นเจ้าเมืองตรัง ท่านก็ได้ส่งเสริมการเกษตรและความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างมาก มีการค้าขายกับปีนังและสิงคโปร์ กิจการค้าเจริญรุ่งเรือง ก็มีชาวจีนโพ้นทะเลเข้ามาทำมาค้าขาย การค้าของชาวจีนโพ้นทะเลโดยผ่านช่องแคบมะละกา มายังปีนังและไทย โดยส่วนใหญ่เป็นเรือสินค้าชาวฮกเกี้ยน ซึ่งมีความชำนาญในการเดินเรือระหว่างประเทศ (ท่านคอซิมบี้ ท่านก็เป็นคนฮกเกี้ยน แซ่คอ) เรือสำเภาที่เดินทางมาค้าขาย จะเป็นเรือใบสามเสา ในส่วนที่มาขึ้นซื้อขายสินค้าที่ตรัง ที่บ้านท่าจีน(บ้านท่าจีน อ.เมือง จ.ตรัง) และที่หมู่บ้านย่านซื่อ(ต.ย่านซื่อ อ.กันตัง จ.ตรัง) และก็ได้เกิดการลงหลักปักถิ่นฐานบ้านช่องของชุนชนชาวจีน ทำท่าเทียบเรือ และได้สร้างศาลเจ้า อันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตของชาวจีน ณ ที่นั้นในปี พ.ศ. 2442 ศาลเจ้านี้คือศาลเจ้าฮกเกี้ยนก้วน ที่ต.ย่านซื่อ ซึ่งได้ก่อสร้างในสมัยที่ท่านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภัคดีเป็นเจ้าเมืองตรัง สถานที่ตั้งศาลเจ้าแต่เดิมเป็นป่าชายเลน การก่อสร้างนี้มีนายซูทะ แซ่หลิม กับนายต้องก้วน แซ่อ๋อง ซึ่งเป็นชาวจีนฮกเกี้ยน กับพวกพ้องได้ร่วมกันก่อสร้างศาลเจ้าขึ้น เพื่อให้ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่เดินทางมาค้าขายที่อ.กันตังได้พักค้างแรม และเพื่อเป็นศูนย์จิตใจของชาวจีนฮกเกี้ยนด้วย ภายในศาลเจ้าได้จัดทำที่พักค้างแรมสำหรับผู้เดินทางมาค้าขาย ทุกวันนี้ท่านก็สามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้ครับ มีการบันทึกถึง 35 ตระกูลใหญ่ของตรังไว้ด้วยครับ
ขอพักยกอีกสักหน่อยนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
เอกไนตัส
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2014
ตอบ: 10

ตอบตอบ: 20/06/2014 10:35 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หลังจากที่เราร่วมเดินทางแบบพอสังเขป ในเมืองตรัง
ตามที่ท่าน กนิรนาม ได้กล่าวถึงข้างบน
เรามาชมภาพกันนะครับ

-บ้านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศณภัคดี(คอซิมบี้ ณ ระนอง)
-เรือสำเภาที่เดินทางมาค้าขาย จะเป็นเรือใบสามเสา
-ศาลเจ้าฮกเกี้ยนก้วน



G11149222-17.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  131.67 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6599 ครั้ง

G11149222-17.jpg



u=2786471624,4289306151&fm=3.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  9.63 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6598 ครั้ง

u=2786471624,4289306151&fm=3.jpg



pipittapunratsada.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  180.56 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6597 ครั้ง

pipittapunratsada.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 21/06/2014 10:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับเรามาคุยกันต่อนะครับ เมื่อร้อยกว่าปีก่อนที่มีพี่น้องชาวจีนฮกเกี้ยนเข้ามาทำมาค้าขายที่เมืองตรัง นอกจากนี้ก็มีชาวจีนไหหลำก็เข้ามาลงหลักปักฐานที่เมืองนี้ด้วย การค้าขายของเมืองตรังก็เจริญรุ่งเรือง เมื่อมีชาวจีนเข้ามาอยู่ก็มีการแต่งงานกับคนพื้นถิ่น อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข วัฒนธรรมการเป็นอยู่ได้ผสมผสานกันจนเป็นวัฒธรรมที่มีเอกลักษณ์ของคนเมืองนี้ มีวิถีชีวิตของตนเอง ขอนอกเรื่องซักนิดแต่ก็มาเชื่อมต่อกันได้ครับ คือผมอยากจะกล่าวถึง "เปอรานากัน" บางท่านอาจจะไม่ค่อยคุ้นหู แต่ถ้าบอกว่า "บ้าบ๋า ย่าหยา" ท่านคงคุ้นหูดี จากหนังดังเรื่องหนึ่ง "รักยิ่งใหญ่จากดวงใจน้อย" ครับเปอรานากัน เป็นคำที่หมายถึงกลุ่มลูกครึ่ง มลายู-จีน ที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน และสร้างวัฒนธรรมแบบใหม่ขึ้นมา โดยนำเอาส่วนดีระหว่างจีนและมลายูมารวมกัน "เปอรานากัน" มีความหมายว่า "เกิดที่นี่"
เปอรานากัน ไม่เพียงแต่ลูกครึ่งที่อยู่ในอินโดนีเซียหรือสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้น ในเมืองไทยเราก็มีอยู่หลายที่ทางฝั่งอันดามัน ที่เห็นเด่นชัดและเป็นกลุ่มใหญ่ที่ยังมีการอนุรักษ์รูปแบบไว้ก็คือที่ภูเก็ต ในมลายู-อินโดฯจะเรียกผู้ชายเปอรานากันว่า บ้าบ๋า(Baba) ส่วนผู้หญิงจะเรียกว่า ย่าหยา(Nyonya) แต่ในเมืองไทยทั้งชาย-หญิงจะถูกเรียกรวมๆว่า "บ้าบ๋า" ส่วน"ย่าหยา" มักหมายถึงชุดการแต่งกายของสตรีเท่านั้น
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมขอพูดถึงการแต่งกายของบ้าบ๋า- ย่าหยาซักหน่อยนะครับ จากการผสมผสานทางวัฒนธรรมนี้ ทำให้เกิดการแต่งกายที่สวยงาม ฝ่ายหญิงจะใส่เสื้อฉลุลายดอกไม้ รอบคอ เอว และปลายแขนอย่างงดงาม นิยมนุ่งผ้าซิ่นปาเต๊ะ ฝ่ายชายยังคงแต่งกาย คล้ายรูปแบบจีนดั้งเดิม นอกจากเรื่องแต่งกายก็ยังมีเรื่องอาหารที่มีการผสมผสานกันอีก (ต้องรบกวนคุณเอกหารูปการแต่งกายของย่าหยาซักหน่อยนะครับ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
เอกไนตัส
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2014
ตอบ: 10

ตอบตอบ: 22/06/2014 1:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การเดินทางที่ผมได้พูดคุย กับท่าน กนิรนาม
บทความแห่งสาระประโยชเริ่มขึ้น
หลายคนที่พูดคุยกับผม และแสดงความคิดเห็นต่างๆ
สรุปบทความในครั้งนี้คือ รากแห่งศิลปะอย่างสมบูรณ์
เครื่องแต่งกาย
"บ้าบ๋า ย่าหยา"



u=1245440511,3991536209&fm=3.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  26.74 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6436 ครั้ง

u=1245440511,3991536209&fm=3.jpg



10366058_667688359978028_5524497383603966707_n copy.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  235.29 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6432 ครั้ง

10366058_667688359978028_5524497383603966707_n copy.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
เอกไนตัส
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2014
ตอบ: 10

ตอบตอบ: 24/06/2014 8:08 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เสื้อผ้า.............
สัญญาลักษณ์แห่งการแสดงถึงที่มาและประวัติศาสตร์
วิถีคน...ในอารมณ์แห่งธรรมชาติหรือชาติพันธ์
การแสดงออกของมนุษ์หรือม่านประเพณี ในท่องถิ่นนั้น
เป็นตัวบ่งชีถึงความงาม และความละเอียดอ่อน
เครื่องแต่งการก็คือตัวบ่งชี้นึ่ง ที่แสดงความเป็นชาติพันธุ์นั้นๆ
ร่วมเดินทางกับพวกเรา .......
ในวิถีคนวิถีกรง"“ชุดย่าหยา” เอกลักษณ์เครื่องแต่งกายสตรี"
...................................................................................

"วันนี้พี่แดงโทรหาผมบอกว่า10กระทู้
ที่ต้องอ่านของคนไทยกับมาส่ง
ความสุขถึงหน้าบ้านท่านอีกครั้ง"
...................................................................................
*บทความดีๆจากท่าน กนิรนาม*

ขออันเชิญเพลงเพลงพระราชนิพนธ์ "สายฝน"
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด คณะผู้จัดทำวิถีคนวิถีกรง
-------------------------------------------------------------------



โชคดีครับพี่น้องชาวไทย



Phuket_NPK_003.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  117.15 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6373 ครั้ง

Phuket_NPK_003.jpg



Phuket_NPK_015.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  157.63 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6373 ครั้ง

Phuket_NPK_015.jpg



Phuket_NPK_010.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  130.82 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6373 ครั้ง

Phuket_NPK_010.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 24/06/2014 9:43 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับรูปสาวย่าหยา ที่คุณเอกนำมาให้ชมก็คงพอจะทำให้เห็นว่ามีความงดงามอย่างไรนะครับ เสื้อที่มีลูกไม้ที่ชายแขนเสื้อ ที่เอว และรอบคอเสื้อ เป็นเอกลักษณ์ของการแต่งกาย ที่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัว และที่เห็นกระดุมเสื้อคล้ายจี้บนอกเสื้อของเธอนั้น ก็เป็นเครื่องประดับที่เป็นเอกลักษณ์เช่นกัน สาวเปอรานากันก็จะนุ่งผ้าปาเต๊ะ อย่างที่เห็นครับ นอกจากนี้เรื่องอาหารก็เช่นกัน จะมีการดัดแปลงอันเป็นเอกลักษณ์
สำหรับพ่อค้าที่มีฐานะ ที่อยู่อาศัยก็จะสร้างตึกรามบ้านช่องที่อยู่อาศัยแบบชิโน-โปรตุกีส (Chino-Portuguese) ก็อย่างที่เคยได้กล่าวมาแล้ว แต่ทางฝั่งอันดามันจะเป็นแบบ ตะวันตกผสมแบบจีน เนื่องจากสร้างโดยช่างชาวจีนครับ
ในส่วนตัวผมนั้นเปอรานากัน อาจไม่เป็นเพียงแค่ลูกครึ่งชาวจีนกับชาวมลายูเท่านั้น เพราะน่าจะรวมลูกครึ่งชาวจีนกับคนพื้นถิ่นใต้แถบฝั่งอันดามันด้วย และเปอรานากันก็ไม่ใช่จะมีเฉพาะที่ภูเก็ตเท่านั้น มีทั้งตรัง พังงา และกระบี่ด้วย เพียงแต่ที่ภูเก็ตได้มีการส่งเสริมอนุรักษ์ทั้งตึกชิโนฯและวัฒธรรมเปอรานากันไว้ได้ดีมากครับ
เครื่องใช้ไม้สอยรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ก็ด้วย จะมีลักษณะผสมผสานจะมีทั้งเฟอร์นิเจอร์แบบชาวตะวันตก และแบบจีน เช่นชุดเครื่องโต๊ะมุก เป็นต้น เครื่องถ้วยชามก็สั่งนำเข้ามาจากประเทศจีน เป็นลวดลายมงคลต่างๆ เช่นลายหงส์ ลายค้างคาว ลายนกกระเรียน และลายดอกโบตั๋นเป็นต้น
ในตรังเองก็ยังมีตึกชิโนฯ และเครื่องถ้วย เครื่องโต๊ะมุก ฯลฯ อยู่อีกมากครับ กลุ่มคนลูกครึ่งนี้ คือกลุ่มชาติพันธ์ที่สร้างวัฒธรรมแบบใหม่ผสมผสานกัน โดยวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมายาวนาน จนเป็นวิถีของคนที่นี่ครับ
ขออนุญาตพักสักครู่นะครับ เดี๋ยวมาต่อกันอีกหน่อยนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 24/06/2014 11:31 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับคุยมาตั้งนานก็ยังไม่ถึงกรงซักทีนะครับ
ยังครับยัง ที่ผมพูดว่าวิถีคนตรังนั้นมีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเห็นกันได้ง่ายๆครับ เมื่อคุณไปตรังแล้วตื่นเช้าๆหน่อยนะครับ มานั่งทานกาแฟหรือโกปี๊ที่ร้านกาแฟที่นี้ คุณก็จะอดแปลกใจไม่ได้กับสิ่งที่คุณเห็นเมื่อคุณนั่งลงและสั่งโกปี๊ คุณจะพบกับติ่มซำสารพัดเมนู เป็นจานเล็กๆมีอยู่สักสองชิ้นต่อหนึ่งจาน และจานหลักจะเป็นหมูย่างครับ หมูย่างเมืองตรังที่เป็นเอกลัษณ์เฉพาะของเมืองตรัง จนทุกๆท่านคงคุ้นหูคำนี้ "หมูย่างเมืองตรัง" ครับและไม่มีใครเหมือนทั้งรสชาติและอีกหลายๆอย่าง ความกรอบ ความนุ่มที่มาพร้อมๆกัน รสชาติไม่พูดถึงไม่ได้เลยครับ หอมเครื่องหมัก หวานกำลังดี ทานโดยไม่ต้องมีน้ำจิ่มเลย ที่ไหนๆก็ทำไม่เหมือนที่ตรังครับ หมูย่างที่นี้มีการสืบทอดมายาวนานจากแผ่นดินใหญ่ จนสืบมาทุกวันนี้และมีเฉพาะเมืองตรังครับ อลังการงานสร้างมากครับสำหรับอาหารเช้าของที่นี้ นอกจากนี้ยังมีปาท่องโก๋ ซึ่งคนที่นี้เขาจะเรียกว่า "อิ่วจาก้วย" หรือ "จาโก๊ย"อย่าเรียกผิดนะครับ สำหรับติ่มซำที่มีอย่างมากมายก็ไม่ต้องตกใจ เราชอบอันไหนก็กินแต่จานนั้น เขาจะคิดตังเฉพาะอันที่เรากินครับ นี่แหละอาหารเช้ากาแฟแบบคนตรังจริงๆครับ
ร้านกาแฟเขาเปิดตั้งแต่หัวรุ่งคือเช้ามืดเลย วิถีคนตรังแต่ก่อนโน้น เขาจะทำสวนยาง การกรีดยางก็จะทำตั้งแต่มืดหลังเที่ยงคืน ไปจนถึงหัวรุ่ง หลังจากเสร็จการงานก็เป็นเวลาพักผ่อนทานอาหารเช้ากัน คนที่นี้นิยมมาดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟ พูดคุยกันในทุกๆเรื่อง และทานอาหารเช้าอย่างที่ผมเล่ามา อิ่มเต็มท้องเลยครับ
ร้านกาแฟที่นี้เขาจะเปิดกันตั้งแต่ตี 4 พอสายๆอาหารต่างๆก็เริ่มทยอยหมด ถ้าท่านอยากจะสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ก็ต้องตื่นเช้าๆครับ แล้วจะได้ทั้งความอร่อยแบบตรังพร้อมทั้งเสพบรรยากาศต้นฉบับแบบไม่มีวันลืม ร้านกาแฟเขาจะเปิดตลอดทั้งวัน แต่สายๆจะไม่มีหมูย่างอันลือชื่อของเมืองตรังครับ ไปทานที่อื่นก็ไม่เหมือนครับ ขนาดสั่งให้เขาส่งขึ้นเครื่องมาจากตรังโดยตรงก็จะได้ลิ้มรสชาติเท่านั้น แต่ก็อดลิ้มรสของบรรยากาศต้นฉบับ อรรรสก็ด่อยลงครับ ลองดูครับถ้ามีโอกาสได้ไปนะครับ แล้วคุณจะอยากไปอีกครับ หมูย่างเมืองนี้ทำยากนะครับใช้เวลาเตรียมกันนานมากทั้งหมักเครื่องหอมหวนชวนทาน เวลาเอาหมูย่างเข้าปาก กลิ่นเครื่องหมักจะอบอวนในปาก รสชาติก็ตามมา รสชาติอันเป็นอัตลักษณ์ของตรัง การอบก็ค่อยอบจนกรอบไปทั้งตัว เท่าที่รู้หลายชั่วโมงทีเดียวครับ เขาว่า 6-8 ชั่วโมงครับ เรื่องประวัติการทำหมูย่างคงไม่พูดถึงนะครับ เพราะผมเองก็ไม่เป็นครับ แต่เคยทานบ่อยเท่านั้นเองครับ อีกอย่างหนึ่งขาดซะไม่ได้ครับคือเค็กลำภูรา ต้นฉบับของตำบลลำภูรา อำเภอห้วยยอด ขนมไข่กลมๆมีรูตรงกลางไงครับ นี่ก็เป็นสุดยอดของดีเมืองตรังคู่กับหมูย่างเมืองตรังครับ อีกอย่างสำหรับผม ก็คือกรงนกกรงฯครับ กรงนกกรงฯของเมืองนี้ มีอัตลักษณ์เป็นของตนเองทั้งเพนียดด้วยครับ สำหรับผมคนชอบกรงฯก็ต้องหมูย่าง เค็กลำภูรา และกรงเมืองตรังครับ ไว้ค่อยมาต่อกันครั้งหน้านะครับ รอคุณเอกหารูปหมูย่างเมืองตรัง บรรยากาศอาหารเช้าโกปี๊เมืองตรัง เค็กลำภูรา สำหรับผมตอนนี้เขียนไปพยาธิในกระเพาะร้องโหยหวนถึงหมูย่างเมืองตรัง ว่าแล้วพรุ่งนี้ไปนอนตรัง หัวเช้าก็ไปนั่งทานโกปี๊สักหน่อยดีกว่าครับขอไปทานหมูย่างซะหน่อยนะครับ สวัสดีครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
เอกไนตัส
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2014
ตอบ: 10

ตอบตอบ: 27/06/2014 10:22 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การเดินทางจากเมืองหลวง
เพื่อแสดงอัตลักษ์แห่งวิถีในงานเขียน
ของ ท่าน กนิรนาม สู้รากเหง้าจิตรสำนึก
เมือง ตรัง ในวิถีคน...ตรัง


ของอันเชิญภาพสองพระองค์ที่เยือนเมืองตรัง ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

คณะผู้จัดทำวิถีคนวิถีกรง



27jpg.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  75.66 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6163 ครั้ง

27jpg.jpg



22208_257475.JPG
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  141.95 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6163 ครั้ง

22208_257475.JPG



1377872437-IMG9849-o.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  146.02 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6163 ครั้ง

1377872437-IMG9849-o.jpg



414268b02.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  82.14 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6163 ครั้ง

414268b02.jpg



reviewthaitravel_12013_07_06_23_00_36.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  87.18 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6163 ครั้ง

reviewthaitravel_12013_07_06_23_00_36.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
เอกไนตัส
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2014
ตอบ: 10

ตอบตอบ: 27/06/2014 10:26 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตึกเก่าที่สะท้อนภาพในอดีต


20jpg.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  83.9 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6162 ครั้ง

20jpg.jpg



28.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  74.75 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6162 ครั้ง

28.jpg



41426463b.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  87.22 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6162 ครั้ง

41426463b.jpg



1377867570-IMG9591-o.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  121.89 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6162 ครั้ง

1377867570-IMG9591-o.jpg



1377867698-IMG9596-o.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  123.87 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6162 ครั้ง

1377867698-IMG9596-o.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
เอกไนตัส
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2014
ตอบ: 10

ตอบตอบ: 27/06/2014 10:32 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การกิน ลงให้ลึกถึงก้นบึ้งของหัวใจ


20081202-000142407417297.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  34.58 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6161 ครั้ง

20081202-000142407417297.jpg



557000000762802.JPEG
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  20.39 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6161 ครั้ง

557000000762802.JPEG



1366298054-2013041531-o.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  170.78 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6161 ครั้ง

1366298054-2013041531-o.jpg



2950.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  53.84 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6160 ครั้ง

2950.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
มือใหม่
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 29/06/2014
ตอบ: 2

ตอบตอบ: 29/06/2014 10:30 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวยมากคับ Laughing
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 30/06/2014 10:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับมาคุยกันต่ออีกซักหน่อยนะครับ การเขียนอาจจะไม่ต่อเนื่อง เพราะจะมาเขียนเล่าได้เฉพาะช่วงที่ว่างนะครับ นึกว่าคุยกันหนุกๆครับ เรื่องวิถีคน ก็ได้เกริ่นนำมาแล้ว ทีนี้มาคุยถึงวิถีกรงกันเลยนะครับ
เรื่องกรงทรงตรังนี้ความจริงผมเองก็ไม่ค่อยคุ้นเคยมากนัก ส่วนมากจะอยู่แถวๆสงขลากับปัตตานีเสียมากว่าครับ ครั้งแรกที่ผมเห็นกรงทรงตรังก็ประมาณสามสิบกว่าปีที่แล้ว มีอยู่วันหนึ่งผมเอานกมาแข่งขันกับเขา สมัยนั้นก็มีนกไม่กี่สิบตัวหรอกครับ และการแข่งขันก็มีแบบเดียวคล้ายๆกับแข่งสากลในปัจจุบัน แต่ห้ามเชียร์โดยเด็ดขาด ได้ฟังนกกันเต็มๆ ส่วนมากทุกนกจะร้องดี เพลงดี เสียงดี มีสำนวน (คำว่าสำนวนในสมัยนี้กับสมัยก่อนความหมายก็ไม่เหมือนกันครับ) นกของผมอยู่ช่วงหัวๆราว แต่ก็ได้ยินนกท้ายราวด้วย มีนกท้ายราวอยู่คู่หนึ่งร้องเพลงดีมาก จนผมต้องเดินไปฟัง ปรากฏว่านอกจากนกแล้วสิ่งที่สะดุดใจมากที่สุดก็คือกรงของนก ซึ่งน่าสนใจมากทีเดียว เป็นกรงไม้สาวดำที่ผมไม่คุ้นเคย พอแข่งนกเสร็จ ผมก็ไปคุยกับเจ้าของนก ถามเขาว่านกที่ไหน เขาบอกว่าเป็นนกตรัง ก็เลยถามถึงกรงด้วย ความจริงน่ะสนใจกรงอยู่แล้ว ก็คนมันชอบเก็บกรงซะด้วย เขาก็บอกว่ากรงตรังครับ กรงที่เขาใส่นกมาในวันนั้นเป็นทรงหลังคาโค้ง แต่ก็ไม่เหมือนแบบปัตตานีที่คุ้นเคย ประตูกรงอยู่คนละด้านกัน อีกใบเป็นกรงทรงสอบด้านบน ก็สวยอีกเช่นกัน กรงทั้งสองใบไม่มีการแกะสลักที่ลวดลาย แต่เน้นการฉลุที่คมกริบสวยงามมาก เวลาแขวนโดนแดด ยิ่งเน้นลวดลายแสงที่ลอดมาตามลายที่ฉลุงดงามมาก ประตูกรงก็ดูแปลกตาผมในสมัยนั้น เนื่องจากประตูจะยื่นออกมาด้านนอกและทำคานประตูยื่นออกมารองรับกัน แบบประตูนอก ยอดประตูก็ฉลุลวดลายสวยงาม ซึ่งก็ต่างไปจากทางปัตตานีและสงขลา สังเกตดูลายฉลุก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา สวยงามมาก พอผมเริ่มคุยกันสนิทขึ้น ก็สอบถามถึงช่างที่ทำกรง เขาบอกว่าเป็นกรงโกสัน ซึ่งเป็นช่างทำกรงนกรงฯ จังหวัดตรัง จึงสอบถามราคาดู สมัยนั้นราคายังไม่ถึงพันบาท ก็สนใจมากขอเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่เพื่อติดต่อกัน(สมัยนั้นไม่มีมือถือ มีแต่เบอร์บ้าน) และก็ได้ติดต่อกัน ต่อมาก็เป็นเพื่อนกัน
ครับ จะพยายามมาเขียนให้ได้เร็วที่สุดนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
เอกไนตัส
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 17/06/2014
ตอบ: 10

ตอบตอบ: 02/07/2014 9:12 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เอาละสิครับแฟนเพสใน facebook ไม่ทันใจตามเรื่องราวดีๆต่อกันเลยครับ
ตำนานแห่งกรงกำลังกลับมาอีกครั้ง บทความดีๆจาก ท่าน กนิรนาม


https://www.facebook.com/akenitrous.rang



2973.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  69.19 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6024 ครั้ง

2973.jpg



2974.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  67.71 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6024 ครั้ง

2974.jpg



29001.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  63.34 กิโลไบต์
 เข้าชม:  6024 ครั้ง

29001.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 04/07/2014 12:25 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับมาคุยกันต่ออีกซักหน่อยนะครับ
กรงที่คุณเอกนำมาลงรูป ก็ประมาณอย่างนี้แหละครับ ที่ผมได้เห็นกรงตรังเป็นครั้งแรกน่ะครับ เป็นกรงประตูนอก แบบนี้ หลังจากวันนั้นผมเองบอกตามตรงว่านอนไม่หลับครับ คิดถึงแต่กรงเมืองตรัง ตามวิสัยคนชอบเก็บกรงน่ะครับ และกว่าจะมีการแข่งนกอีกก็อย่างน้อยอีก 2 เดือน ในสมัยก่อนเมื่อ พ.ศ. สองพันห้าร้อยยี่สิบต้นๆ การเลี้ยงนกเพื่อการแข่งขันนั้นน้อยมาก การแข่งก็จะมีห่างกันประมาณสองเดือน ช่วงหน้าฝนนกถ่ายขนก็เป็นช่วงหยุดพักนก จะเล่นกันอีกทีก็เมื่่อนกถ่ายเต็มแล้ว ทางใต้นกจะพลัดขนเต็มช้ากว่าทางกรุงเทพฯ คือจะถ่ายเสร็จประมาณต้นเดือนธันวาคม และสมบูรณ์จริง(หายเรื้อ) ก็ปลายๆเดือน แล้วจะเริ่มแข่งกันประมาณเดือนมกราคม และก็นานๆจัดกันที ที่เมืองตรังเองเริ่มมีการแข่งนกกรงฯกันจริงๆจังๆก็น่าจะประมาณปี พ.ศ. 2523 โดยผู้ใหญ่ในสมัยนั้นก็คือโกเงี๊ยบ (ไม่ทราบว่าผมสะกดชื่อท่านถูกหรือเปล่านะครับถ้าผิดพลาดก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ) ถ้าไม่มีการแข่งขันวันธรรมดาก็จะพานกเที่ยว เอานกมาโยงกันเท่านั้น ออกนอกเรื่องไปเยอะเลยนะครับ
มาเข้าเรื่องต่อ ผมเมื่อความอยากได้กรงตรังจนทนไม่ไหว วันนึงจึงติดต่อกับเพื่อนใหม่ที่รู้จักกัน แล้วก็ไปดูกรงที่ตรัง ในสมัยนั้น(อีกแล้ว) กรงนกกรงฯ เขาไม่มีการทำขายกันเกลื่อนกราดแบบในสมัยนี้ ไม่มีกรงที่ทำไว้แขวนขายตามร้านค้าแต่อย่างใด นอกจากรงโหลๆที่ขังนกทั่วๆไป คล้ายๆกับที่ขังนกปล่อยตามหน้าวัดประมาณนั้น กรงดีๆแบบทำเป็นกรงนกกรงฯโดยเฉพาะไม่มี อยากได้ต้องสั่งทำจากตัวช่างเอง หรือถ้าโชคดีจริงๆที่บ้านยังพอมีเหลืออยู่บ้างก็โชคดีไป ไม่อีกทีก็ต้องไปขอปันจากคนที่พอรู้จักกัน เมื่อมาถึงเมืองตรัง ก็ได้รับความรู้สึก กับเรื่องโกปี๊หัวเช้าแบบที่เล่ามาในตอนแรก เที่ยวชมตลาด ตึกรามบ้านช่อง ซึ่งเป็นนิสัยของผมที่ชอบทำแบบนั้นไม่ว่าจะไปที่บ้านเมืองไหน ไปดูความเป็นอยู่พื้นบ้านของเขาจริงๆ สนุกดีครับ แล้วก็ไปดูนกดูกรงว่าจะเหมือนสงขลา และปัตตานีไหม เนื่องจากผมคุ้นเคยอยู่แต่ทางนี้ ก็รู้ว่า รูปแบบกรงนกกรงฯของสองจังหวัดนี้ มีรูปแบบ(Style) เป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแบบใดลายใด ช่างใดล้วนมีอัตตลักษณ์ตามแบบ วิถีชีวิตของคนพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเพนียดเองก็ตาม สงขลาอย่างหนึ่ง ปัตตานีอย่างหนึ่ง ลวดลายปัตตานีก็จะเป็นแบบมลายูอะไรประมาณนั้น พอมาเมืองตรังก็เที่ยวชมดู ปรากฏว่า ก็เป็นอย่างทีึ่คิด เขามีอัตลักษณ์ของเขาตามวิถีชีวิตของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นทรงใดก็ตาม และก็มีคนทำกรงอยู่หลายคน แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีอาชีพทำกรงเพียงอย่างเดียว หลายๆคนทำด้วยใจรัก มีเพื่อนฝูงพักพวกมาไหว้วานให้ทำให้บ้าง จ้างทำบ้าง ในช่วงนั้นผมเองก็รู้จักเพียงโกสันที่รับจ้างทำกรงจริงๆจังๆที่เพื่อนแนะนำ แต่ก็ได้เห็นกรงจากฝีมือคนอื่นอีกหลายคน มีหลากหลายรูปทรง แต่ก็ยังคงเป็นอัตลัษณ์เฉพาะของตรัง ที่ไม่มีใครเหมือน พอเห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นกรงตรังครับ แม้แต่เพนียดที่อดขอเขาดูไม่ได้ ก็ได้เห็นว่าเพนียดเองก็เป็นอัตลักษณ์ของเมืองตรัง และเป็นแบบนี้เหมือนกันหมดไม่ว่าใครทำก็ตาม ลักษณะคล้ายๆเตารีดในสมัยก่อนที่เป็นเตารีดโบราณใส่ถ่านเผาไฟ เตารีดที่มีรูปไก่อยู่เป็นที่เปิดด้านหน้าอะไรประมาณนั้น และก็ไม่พลาดผมซื้อได้เพนียดติดกลับมาหนึ่งใบ ส่วนกรงอดต้องรอสั่งเขาทำครับ
เรื่องกรงตรังที่เห็นแตกต่างจากซีกจังหวัดทางอ่าวไทยคือประตูกรงเห็นชัดๆ จะมีกรงประตูนอกที่ๆอื่นไม่มี ผมมองทีแรกก็สัมผัสกับความรู้สึกว่า เหมือนบ้านตึกชิโนฯแบบที่มีมุขหรือหน้ามุขยื่นอกมาและมีจั่วหลังคาลดระดับลงมา ส่วนมากจะเป็นบ้านหลังเดี่ยว ที่เป็นตึกแถวก็พอเห็นอยู่บ้าง อย่างในรูปตึกที่คุณเอกนำรูปมาให้ดู มีอยู่หลังหนึ่งที่มีมุขยื่นออก หรือนึกถึงตึกแถวของตึกแบบชิโนฯแบบที่มีทางเดินด้านหน้าทำเป็นเสาโค้งเป็นช่องให้คนเดินโดยไม่โดนแดดโดนฝน ซึ่งต่อกันยาว ลองย้อนกลับไปดูรูปตึกที่คุณเอกนำมาให้ดูที่เป็นตึกด้านหน้าเสาโค้งคล้ายซุ้มทางเดินน่ะครับ จะเห็นได้ที่ตรังตรงบริเวณตึกสมาคมญาติมิตรสามัคคีประมาณนั้น ความจริงคงมีเยอะนะครับตึกชิโนฯเก่าๆในเมืองตรัง แต่อาจจะถูกเจ้าของรื้อสร้างใหม่ไปเสียเกือบหมด พอพูดถึงตรงนี้ก็พูดอีกซักหน่อยว่า ไอ้ที่เป็นทางเดินในร่มหน้าตึกนี้ คนจีนเขาเรียกว่า "หงอคาขี่" ฝรั่งเขาเรียก "อาเขต"(Arcade) หมายถึงทางเดินที่มีหลังคาคลุม สามารถเดินได้ต่อเนื่องกันตลอด ลักษณะนี้ตึกแถวชิโนฯในกรุงเทพหรือภูเก็ตก็มี ครับผมเห็นกรงตรังประตูนอกแล้วให้ความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แต่ช่างเขาจะคิดอย่างไรผมเองไม่ทราบหรอกครับ มันให้ความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ และเกิดประทับใจ แต่ที่แน่ๆในกรงนกกรงฯของจังหวัดอื่นไม่มีแน่ในสมัยนั้น (เนื่องจากสมัยนั้นไม่มีการก๊อปกรงทรงของจังหวัดโน้นมาทำที่จังหวัดนี้เหมือนปัจจุบันครับ) ประตูอีกแบบก็เป็นประตูในและก็มีรูปแบบที่ไม่เหมือนจังหวัดอื่นอีกเช่นกัน เนื่องจากประตูในของสงขลาและปัตตานี จะเจาะทะลุคานบนให้ซี่กรงทะลุขึ้นไปเฉยๆ ที่มียอดต่อเป็นไม้ฉลุแกะลายอีกชิ้นหนึ่งก็เป็นแบบปัตตานีไปเลย แต่ของตรังคานบนเขาจะฉลุลายเป็นแผ่นค่อนข้างกว้างหน่อย แล้วเขาจะฉลุตัดไม้ชิ้นนั้นออกมาส่วนนึงเพื่อเป็นยอดของประตู แล้วมาต่อกับซี่กรง เป็นยอดบนของประตูกรงไปเลย เวลาปิดก็จะเห็นคล้ายกับเป็นชิ้นเดียวกันต่อลายกันพอดี พอเปิดประตูไม้ลวดลายชิ้นนั้นจะยกตัวขึ้นพร้อมกันกับซี่ประตูกรง ก็เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของกรงตรัง ที่ไม่เหมือนใครครับ
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ แล้วจะเล่าเรื่องที่ไปพบกรงโกฮั้ว แล้วก็ประทับใจอีกเช่นกันครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้     หน้ากระดานข่าวหลัก -> สินค้า/แข่งขัน/พูดคุยทั่วไป ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
หน้า 4 จากทั้งหมด 9

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group

themes by websurin