ร่วมสร้างสรรค์ ร่วมอุดมการณ์ ร่วมต่อต้านการซื้อขายสัตว์ป่า พัฒนาการเลี้ยงนกกรงหัวจุก
:: ดูกระทู้ - *** วิถีคน วิถีกรง *** อ.ชัยยุทธ์
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

*** วิถีคน วิถีกรง *** อ.ชัยยุทธ์
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้     หน้ากระดานข่าวหลัก -> สินค้า/แข่งขัน/พูดคุยทั่วไป
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
*เอกไนตัส*
ผู้มีอุปการคุณต่อเว็บนกสยาม
ผู้มีอุปการคุณต่อเว็บนกสยาม


เข้าร่วมเมื่อ: 20/02/2013
ตอบ: 26

ตอบตอบ: 08/08/2014 9:26 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Crying or Very sad


7.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  49.68 กิโลไบต์
 เข้าชม:  5719 ครั้ง

7.jpg



8.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  36.9 กิโลไบต์
 เข้าชม:  5719 ครั้ง

8.jpg



9.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  43.32 กิโลไบต์
 เข้าชม:  5719 ครั้ง

9.jpg



10.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  43.77 กิโลไบต์
 เข้าชม:  5719 ครั้ง

10.jpg



11.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  49.08 กิโลไบต์
 เข้าชม:  5719 ครั้ง

11.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
บ้านริมทะเล
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 15/07/2014
ตอบ: 4

ตอบตอบ: 10/08/2014 7:58 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พี่หน่อยครับ ขอบคุณที่เล่าความเป็นมาของช่างแต่และช่าง ผมอ่านเรื่องเกี่ยวกับบ้านและกรงนกที่คุณเอกลงในกรงในรูปต่างๆทำให้ผมมีความเข้าใจขึ้นเมื่อก่อนจะมองอีกอย่างพอได้อ่านก็ทำให้รู้ขึ้น อย่าหยุดเขียนนะครับ ผมชอบบ้านแบบเก่าๆและกรงนกก็เหมืนบ้านนกที่พี่หน่อยเคยพูดไว้ ขอบคุณมากๆครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 14/08/2014 9:12 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณครับ คุณบ้านริมทะเล ที่ติดตามอ่าน วิถีคน วิถีกรง มาอย่างยาวนาน ผมก็เขียนไปตามความคิดเห็นที่เมื่อมองกรงเก่าๆที่เป็นต้นแบบแล้ว รู้สึกอย่างไร ก็เขียนออกมาแบบนั้นครับ ซึ่งในส่วนความเป็นจริงตัวช่างเขาคิดอย่างไรนั้นผมเองก็ไม่รู้หรอกครับ แต่ในฐานะคนเสพ หรือซื้อกรงของเขามาใช้ในสมัยนั้น ผมเห็นแบบนั้นจริงๆ อีกอย่างหนึ่งผมเป็นคนที่ชอบกรงนกกรงฯ ชอบศิลปะ ชอบของเก่า และบ้านเรือนโบราณ ผมอาจจะมีโอกาสหน่อยตรงที่ชอบและได้เล่นหามาในสมัยก่อน ได้ดั้นด้นไปเสาะหาถึงที่ จึงได้มีโอกาสได้เห็นความแตกต่างในแต่ละจังหวัดเข้า ซึ่งในสมัยที่ผมเล่นหานั้นก็มีอยู่ไม่กี่ช่าง ไม่กี่จังหวัดที่เล่นและทำกรงนกกรงฯรวมทั้งตะขอด้วย ก็ทำให้ผมคิดว่าทำไม กรงในแต่ละจังหวัดนั้นมีรูปแบบ และศิลปะที่แตกต่างกัน เมื่อเข้าไปถึงถิ่นของช่าง ได้รับรู้และเห็นรูปแบบวัฒธรรม ความเป็นอยู่ บ้านเรือนโบราณของแต่ละท้องถิ่น ที่มีความหลากหลาย รวมถึงชาติพันธุ์ จึงทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ และวิเคราะห์ออกมาว่าน่าจะเป็นตามที่ผมเข้าใจ แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็ไม่จำเป็นที่จะเป็นอย่างที่ผมคิดนะครับ ความคิดเห็นของผมอาจจะไม่ถูกต้องก็เป็นได้ แต่เท่าที่เขียนเล่ามานั้นก็เป็นความรู้สึกนึกคิดของผมเองเท่านั้นครับ
ส่วนในเรื่องการเขียนต่อไปหรือหยุดเขียนนั้น ก็ต้องแล้วแต่เหตุการณ์ครับ มีเวลาว่างก็เขียนไปเรื่อยๆ และในส่วนของ "วิถีคน วิถีกรง" นั้นก็คงต้องมีวันที่จะจบนะครับ และก็ใกล้แล้วหละครับ มีเริ่มต้นก็ต้องมีวันสิ้นสุดครับ การเขียนในเรื่องนี้ เป็นการเล่าเรื่องกรงและตะขอรุ่นเก่าที่เป็นต้นแบบเท่านั้นครับ และเป็นเรื่องที่ผมเองได้สัมผัสมา การเริ่มต้น ผมก็เริ่มต้นจากการเล่าว่าได้นั่งรถไฟไปจังหวัดสงขลาก่อนเป็นจังหวัดแรก ก็มีเรื่องของสงขลา ต่อมาก็ปัตตานี นราธิวาส ย้อนกลับมาที่นครศรีธรรมราช และกำลังอยู่ที่ตรัง และก็ใกล้จะออกจากตรัง แล้วจะย้อนกลับมาที่กรุงเทพฯ ซึ่งจังหวัดเหล่านี้ก็เป็นแหล่งที่เป็นจุดเริ่มของกรงนกกรงฯและตะขอต้นแบบครับ ถ้าเป็นไปได้หลังจากจบจังหวัดกรุงเทพฯ ก็คงจะมีบทสรุปกันอีกที และจบบริบูรณ์ สำหรับ "วิถีคน วิถีกรง"นะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาติดตามอ่านครับ


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ก.นิรนาม เมื่อ 17/08/2014 9:18 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
Smart Heart
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 18, 2013
ตอบ: 75

ตอบตอบ: 15/08/2014 3:35 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กราบขอบพระคุณท่าน ก.นิรนาม อย่างสูง สำหรับเรื่องเล่าดีๆที่กรุณานำมาฝากพี่น้องคนเลี้ยงนกอยู่เสมอ เว็บมาสเตอร์เป็นอีกคนหนึ่งที่ติดตามเรื่องราวของท่านอยู่เสมอด้วยความศชื่นชมศรัทธา ขอบพระคุณท่านอีกครั้งค่ะ Laughing
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 17/08/2014 9:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณท่าน webmaster ครับ
มาเข้าเรื่องกันต่ออีกหน่อยครับ กรงของเมืองตรังถือเป็นกรงที่มีอัตลักษณ์ เป็นต้นแบบของกรงนกกรงฯรุ่นเก่า จุดเด่นของกรงเมืองตรังก็คือลายฉลุ ที่พลิ้ว สวยคม งดงาม ไม่เหมือนใคร ซึ่งช่างรุ่นเก่าก็คือ โกไข่ โกสัน และโกฮั้วครับ ทั้งสามช่างนี้ในเรื่องของรูปทรงนั้นเป็นแบบของเมืองตรังโดยเฉพาะ ส่วนเรื่องลายฉลุก็เป็นของแต่ละช่าง ซึ่งออกแบบด้วยตัวเองครับ กรงฝังมุกก็เป็นต้นแบบอีกอย่างของกรงตรัง คือกรงของโกฮั้ว ซึ่งทำมานานแล้ว และก็น่าจะเป็นช่างคนแรกที่นำมุกมาฝังในลวดลายของกรงนกกรงฯครับ
กรงช่างรุ่นเก่าที่เป็นต้นแบบของเมืองตรัง ที่ผมรู้จักในสมัยก่อนก็คงมีเท่าที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นครับ เราก็คงต้องอำลาเมืองตรัง โดยขึ้นรถไฟกลับเข้ากรุงเทพฯ เพราะยังมีกรงนกกรงฯรุ่นเก่าอยู่ช่างหนึ่งครับ นอกจากนี้ช่างตะขอรุ่นเก่า ก็ยังมีอยู่ถึงสองช่างด้วยกันครับ เดี๋ยวถึงกรุงเทพฯแล้วเราค่อยมาคุยกันอีกทีนะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
คุณตุ้ย
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 28/08/2013
ตอบ: 41

ตอบตอบ: 26/08/2014 12:52 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถึงกรุงเทพฯ ยังครับพี่

อิอิ Idea Idea Idea
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 29/08/2014 8:51 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับคุณตุ้ย พอดีคุณเอกแกกำลังย้ายบ้านอยู่ และให้รอแกครับ จึงเดี๋ยวให้แกเสร็จธุระ แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
คุณตุ้ย
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 28/08/2013
ตอบ: 41

ตอบตอบ: 11/09/2014 9:47 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณเอกมันย้ายบ้านถึงไหน นิ ยังไม่เสร็จที

ท่าน ก.นิรนาม ผมจะรอไม่ไหวแล้ว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 12/09/2014 12:23 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับ เพื่อนพ้องน้องพี่ที่รักทุกท่าน ก็ห่างหายกันไปนานครับ ความจริงคุณเอกยังไม่พร้อมที่จะช่วยในการลงรูปภาพ แต่ก็ไม่เป็นไรนะครับ รอกันมาพอสมควรแล้ว เดี๋ยวผมคุยไปเรื่อยๆก่อน แล้วให้คุณเอกนำรูปมาให้ชมกันทีหลังนะครับ
ช่วงนี้เราก็จะมาพูดคุยกันถึงเรื่องกรงนกกรงฯของกรุงเทพฯ ซึ่งมีช่างเก่าแก่อยู่หนึ่งช่าง ซึ่งก็เป็นผู้ทำกรงนกกรงฯเป็นคนแรกของกทม. และก็เป็นผู้นำนกกรงฯมาเผยแพร่ในกทม.เช่นกัน ก็คือกรงของคุณชัยยุทธ หรือที่ปัจจุบันมักเรียกกันว่า อาจารย์ชัยยุทธ ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ได้เป็นครูหรืออาจารย์สอนหนังสือหรอกครับ คงเรียกกันเป็นการให้่เกียรติหรือยกย่องเสียมากกว่า ความจริงแกเป็นทหารอากาศครับ และเป็นเพื่อนกับผมนี่แหละ แต่กรงของคุณชัยยุทธไม่ได้เป็นกรงแบบกรุงเทพฯนะครับ เพราะเหตุใด เดี๋ยวค่อยมาพูดถึงกันทีหลังครับ ตามรูปแบบของวิถีคน-วิถีกรง ก็คงพูดถึงเมืองหลวงกันนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอนะครับ
กรุงเทพมหานครฯ เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย และก็มีประวัติความเป็นมาสองร้อยกว่าปี มีสถาปัตยกรรม ทั้งแบบไทย เรือนไทยภาคกลาง หรือบ้านทรงไทย และสถาปัตยกรรม แบบ Colonial Style (สถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม) ซึ่งผมเองไม่ชอบที่จะเรียกแบบนี้เลย เนื่องจากเราก็ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครมาก่อนเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน ผมชอบที่จะเรียกว่า สถาปัตยกรรมแบบ ชิโนโปรตุกีส (Chino-Portuguese)เสียมากกว่า ก็มีการถกเถียงกันของนักวิชาการ-วิชาเกินต่างๆที่เรียกเหล่าสถาปัตยกรรมลูกผสมฝรั่งตะวันตกกับชาวตะวันออก แบ่งออกเป็นหลายอย่างเช่น สถาปัตยกรรรมแบบโคโรเนียลอย่างหนึ่ง แบบนี้เป็นสถาปัตยกรรมชิโนโปตุกีส แบบนั้นเป็นสถาปัตยกรรมแบบเรือนขนมปังขิง(เออมีแบบขนมปังขิงเพิ่มเข้ามาจากที่เราเคยพูดถึงกัน เดี๋ยวค่อยมาพูดถึง)
ความคิดเห็นของผมคนเดียว ย้ำนะครับว่า คนเดียว สถาปัตยกรรมแบบนี้ ก็คือ สถาปัตยกรรม ที่มีโครงสร้างแบบตะวันตก และมีส่วนของของช่างพื้นถิ่นตะวันออกผสมกันอยู่ในอาคารเดียวกันนั่นแหละ ซึ่งความหมายของชิโนโปรตุกีสนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมโปรตุเกสผสมกับจีนเท่านั้น ความจริงก็คือสถาปัตยกรรม จากชาติตะวันตก ที่มีค้าขายกับชาติตะวันออก ซึ่งมีมายาวนานตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตลอดมาจนถึงรัตนโกสินทร์ เช่นเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ คุณหญิงทองกลีบม้าอะไรประมาณนั้น ซึ่งทิ้งร่องรอยของขนมทองหยิบทองหยอด ขนมฝรั่งกุฎีจีนไว้ คงไม่ลงรายละเอียดมากนะครับ ก็มีชนชาติตะวันตก ตั้งแต่โปรตุเกศ สเปน ตลอดมาจน อังกฤษ ฝรั่งเศส อะไรๆอีกเยอะแยะมากมายที่เข้ามาค้าขาย และต่อมาก็ล่าอาณานิคมแบบที่เรารู้ๆกันอยู่นะครับ ชาวตะวันตกเหล่านี้ก็มาสร้างบ้านเรือนแบบของเขา เพื่ออยู่อาศัย แล้วก็ว่าจ้างให้ช่างชาวพื้นเมืองนั่นแหละเป็นผู้ปลูกสร้างตามแบบรูปแบบของเขา จึงเกิดสถาปัตยกรรมแบบลูกผสมเกิดขึ้น มา ต่อมาเมื่อชาวพื้นเมืองที่เป็นเจ้านาย และคหบดีในยุคนั้น ก็ชอบจึงปลูกสร้างตามแบบนั้นๆบ้าง และก็ไม่ใช่จะมีแต่ช่างชาวจีนเท่านั้น ก็ต้องแล้วแต่ภูมิภาคนั้นๆ เช่นทางสามจังหวัดชายแดนใต้ของไทย หรือในมาเลเซีย อินโด ก็เป็นช่างชาวมลายู หรือในฮ่องกง อะไรๆอีกเยอะ ก็มักจะเรียกกันว่า สถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส แต่เชื่อไหมว่า ชาวโปรตุเกสเองกลับไม่ได้เรียกชื่อนี้ เขาเรียกว่า สถาปัตยกรรมแบบ อินโด-โปรตุกีส (Indo-Portugese)
เอาหละเข้าใจตรงกันนะว่าในนี้เราจะเรียกกันว่าชิโนโปรตุกีสหรือสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกผสมตะวันออก
เดี๋ยวค่อยมาคุยกันต่อนะครับ ขอพักหน่อย นี่ก็ว่าจะนอนสัก 4 ทุ่มก็ไม่เคยได้นอนเลยครับ เที่ยงคืนกว่า ตีหนึ่งตีสองทุกวัน งานเข้าเยอะครับพักนี้ ปีนี้ยังเหลืองานปฏิทินหนึ่งอัน หนังสืออีกสองเล่ม งานโน่นนี่อีก นอกเหนือจากงานประจำ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาคุยต่อนะครับ และเรื่องเรือนขนมปังขิงด้วย
ขอบคุณครับที่ติดตามอ่านครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
คุณตุ้ย
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 28/08/2013
ตอบ: 41

ตอบตอบ: 12/09/2014 1:35 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Crying or Very sad Crying or Very sad Crying or Very sad ขอขอบคุณ ท่าน ก.นิรนาม Idea Idea Idea
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 12/09/2014 11:09 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับเรามคุยกันต่อเลยนะครับ วันก่อนได้พูดค้างถึง เรือนขนมปังขิง เรามารู้จักขนมปังขิงกันคร่าวๆก่อนสักนิดครับ ขนมปังขิงก็คือขนมอบของฝรั่งชาติตะวันตก ใช้แป้ง น้ำตาล และเครื่องเทศผสมกัน ชาติแรกที่ทำขนมประเภทนี้น่าจะเป็นอียิปต์ มักทำในงานศพ แต่ต่อมา พวกยุโรปเอามาทำกินกันและเป็นที่นิยม โดยดัดแปลงสูตรการทำเล็กน้อย และก็มีหลายประเทศในยุโรปชอบทำใน เทศกาลคริสมาสต์ มีการทำเป็นรูปทรงต่างๆ ในฝรั่งเศสก็มีชื่อเรียกอย่างหนึ่ง เยอรมันนีก็มีชื่ออย่างหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกต่างกันในแต่ละประเทศ ส่วนในอังกฤษเรียกว่า Ginger bread คนไทยก็เรียกตามอังกฤษคือขนมปังขิงตรงตัวเลย รูปทรงของขนมอบชนิดนี้จะทำเป็นรูปทรงต่างๆนาๆ เป็นรูปคนบ้าง รูปหัวใจบ้างและเป็นลวดลายต่างๆ ที่ทำเป็นรูปบ้านเลยก็มี รูปบ้านก็เป็นรูปบ้านตามแบบของยุโรป ตกแต่งลวดลายสวยงาม ด้วยเหตุนี้มั้งคนไทยภาคกลางโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ จึงนำมาเรียกบ้านที่ทำแบบฝรั่ง โดยเฉพาะบ้านที่เป็นบ้านไม้หรือมีเครื่องไม้ประดับตกแต่งเป็นลายฉลุมากๆ และมีระเบียงโชว์ให้เห็นเด่นชัด โดยเฉพาะรั้วระเบียงหรือลูกกรงระเบียง ช่องลมลายฉลุต่างๆที่ใช้ไม้ฉลุลวดลายสวยงามวิจิตรบรรจง ลวดลายต่างๆนาๆ คล้ายขนมปังขิง เลยเรียกเรือนแบบนี้ว่า เรือนขนมปังขิง เรือนแบบนี้ได้เข้ามาแพร่หลายในรัชสมัยของรัชกาลที่ 4 โดยมีการประดับประดาตกแต่งลวดลายฉลุที่วิจิตรพิศดารหรูหรา สวยงาม ลวดลายสถาปัตยกรรมแบบนี้ได้รับความนิยมมากในสมัยพระนางเจ้าวิกตอเรียที่ 2 แห่งอังกฤษ เอาหละพอหอมปากหอมคอครับสำหรับเรือนขนมปังขิงครับ แต่ผมดูๆเรือนแบบนี้ในไทย มันก็สถาปัตยกรรมผสมแบบตะวันออกกับตะวันตกนั่นแหละ
ทีนี้สถาปัตยกรรมแบบตะวันออกผสมตะวันตกในกรุงเทพฯน่ะมีมั๊ย ก็ต้องบอกว่ามีเยอะครับ ทั้งแบบที่เป็นตะวันตกล้วนๆก็มี เนื่องจากเป็นเมืองหลวง สถาปัตยกรรมตะวันตก+ตะวันออกนั้น ในสมัยก่อนที่แถวๆถนนสาธร จะเป็นแบบนี้เกือบทั้งสาย สองฝั่งถนนเลย โดยมีคลองกั้นอยู่ตรงกลางระหว่างถนน ปัจจุบันทายาทคงจะขายไปซะเกือบหมด กลายเป็นตึกสูงๆไปหมดแล้ว ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างไม่กี่หลัง ก็น่าเสียดาย นอกจากนี้บ้านเจ้านายหรือคหบดีก็มีเป็นแบบนี้ทั้งหมด แต่ก็ถูกลื้อถอนไปอย่างน่าเสียดาย ที่ยังสามารถเห็นได้ก็คือพระราชวังต่างๆ เช่นพระที่นั่งวิมานเมฆนี่ก็สวยงามมาก และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ ตามถนนราชดำเนิน ตั้งแต่ถนนราชดำเนินนอก ราชดำเนินกลาง ราชดำเนินใน ตึกของกลาโหม ตึกเก่าของกระทรวงมหาดไทยเป็นต้น และแถวๆกระทรวงมหาดไทยนี่แหละ มีแหล่งค้าขายที่เป็นตึกแถวสไตล์ ชิโน-โปรตุกีส เป็นกลุ่มๆ เข้าไปเที่ยวชมได้ถ่ายรูปได้ เพราะเป็นร้านค้าขาย มีของกินเก่าๆอร่อยๆมากมาย ก็คือสามแพร่ง ไม่ใช่ทางสามแพร่งนะ แต่หมายถึงแหล่งค้าขายในสมัยก่อนโน้น ตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบันนี้ สามแพร่งก็มี แพร่งนรา แพร่งภูธร แพร่งสรรพศาสตร์ และมีถนนเล็กๆตามชื่อนี้ อ่ะ ความเป็นมาเป็นอย่างไร ที่จริง ณ บริเวณแห่งนี้เป็นวังที่ประทับของเจ้านายสามพระองค์มาก่อน
แพร่งนรา เดิมทีคือวังวรวรรณซึ่งเป็นที่ประทับของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนาธิปประพันธ์พงศ์ ต้นราชสกุลวรวรรณ ณ อยุธยา เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาเขียน ทรงรับการในกรมพระคลังมหาสมบัติ ประทับที่วังแห่งนี้ ขณะที่ทรงประทับที่วังแห่งนี้โปรดให้สร้างโรงละครปรีดาลัย แสดงละครร้องนับเป็นโรงมโหรสพแห่งแรก ต่อมาหลังจากที่ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว วังแห่งนี้ได้ถูกเวรคืน ตัดถนนและสร้างอาคารพาณิชย์ขึ้นสองฝั่ง ถนนจึงมีชื่อว่า "ถนนแพร่งนรา" และแหล่งการค้าแห่งนี้ก็มีชื่อว่า "แพร่งนรา" เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่กรมพระนราธิปประพันธ์ พงศ์ อาคารเหล่านี้มีอายุมาร้อยกว่าปีแล้ว ยังคงสภาพอนุรักษ์ไว้เดิมๆ ปัจจุบัน โรงละครปรีดาลัยยังคงอยู่ สวยงามมากครับ มีโอกาสลองเข้าไปเที่ยวชมดูครับ อีกทั้งยังมีของอร่อยๆเจ้าเก่าก็ยังมีให้ชิมกันทั้งสามแพร่งครับ
นี่แค่หมดไปแพร่งเดียว ยังเหลืออีกสองแพร่ง ก็ต้องโม้กันต่อนะครับ ขอพักหน่อยนะครับ ค่อยมาว่ากันต่ออีกสองแพร่งครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
*เอกไนตัส*
ผู้มีอุปการคุณต่อเว็บนกสยาม
ผู้มีอุปการคุณต่อเว็บนกสยาม


เข้าร่วมเมื่อ: 20/02/2013
ตอบ: 26

ตอบตอบ: 13/09/2014 7:22 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กราบขออภัยทุกท่านที่ล่าช้า


image.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  235.38 กิโลไบต์
 เข้าชม:  5434 ครั้ง

image.jpg


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 13/09/2014 10:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับมาต่อกันอีกนะครับ ความเดิมเรื่องโรงละครปรีดาลัยนั้นต่อมาในสมัยหลังได้เปลี่ยน เจ้าของ และเปลี่ยนมาเป็น ชื่อโรงเรียนตะละภัฏศึกษา ในปัจจุบันท่านเจ้าของยังคงรักษาสภาพเดิมๆไว้ สวยงามมากครับ ลองหาโอกาสไปชมกันนะครับ ที่แพร่งนรา
เรามาต่อกันแพร่งที่เหลือกันเลยครับ
แพร่งภูธร เดิมคือ วังสะพานช้างโรงสี หรือวังเหนือ ซึ่งเป็นที่ประทับของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไพฑูรย์ กรมหมื่นสนิทนเรนทร์ ต้นราชสกุลไพฑูรย์ เมื่อกรมหมื่นสนิททร์สิ้นพระชนม์ จึงเป็นที่ประทับของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมแสง กรมหลวงสรรพศิลป์ปรีชา พระอนุชาร่วมเจ้าจอมมารดา ต้นราชสกุลชุมแสง เมื่อกรมหลวงสรรพศิลป์ปรีชาสิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานวังนี้เป็นที่ประทับของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ ต้นราชสกุลทวีวงศ์ พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาตลับ ท่านทรงรับราชการตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงนครบาล ครั้นกรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์สิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้แบ่งพื้นที่ทำเป็นตึกแถว พระราชทานชื่อย่านนั้นว่า "แพร่งภูธร" ตามพระนามของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ และชื่อถนนที่ตัดผ่าบริเวณวังว่า "ถนนแพร่งภูธร"

แพร่งสรรพศาตร์ เดิมคือวังสรรพสาตรศุภกิจ เป็นวังที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ ต้นราชกุลทองแถม ทรงเป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมราดาสังวาลย์ ทรงสร้างวังนี้ขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง มีซุ้มประตูสวยงาม เนื่องจากท่านทรงเป็นผู้บังคับบัญชากรมช่างในพระบรมมหาราชวัง เมื่อพระองค์สิีนพระชนม์ลง วังเดิมถูกรื้อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้เสียหายจนหมด และตัดถนนผ่านบริเวณวังเช่นกัน ย่านนี้จึงมีชื่อเรียกตามพระนามเจ้าของวังว่า "แพร่งสรรพสาตร" แต่ต่อมาเรียก-เขียนเพี้ยนจนเป็น "แพร่งสรรพศาสตร์" เมื่อปี พ.ศ. 2510 เกิดเพลิงไหม้ครั้งที่ 2 อาคารพาณิชย์ปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ จึงไม่เหลือเค้าโครงเดิม เหลือแต่เพียงซุ้มประตูวังเพียงอย่างเดียว ซึ่งในสมัยหนึ่งทางหน่วยงานของรัฐ หาเข้าใจในการอนุรักษ์ จะทำการรื้อซุ้มประตูนี้ทิ้งเสีย จนคนในย่านนั้นและผู้ที่รู้คุณค่า ประท้วงต่อต้าน จนไม่สามารถรื้อทิ้งได้ จึงเปลี่ยนมาเป็นบูรณะให้คงถาวรสืบไป แต่ก็มีส่วนเล็กๆข้างประตูวังแห่งนี้ ซึ่งแต่เดิมมีปีกอยู่สองด้านคงถูกรื้อทิ้งไปเสียแล้วโดยความรู้่เท่าไม่ถึงการ ของพวกสมองฝ่อในสมัยที่จะทำการรื้อนั่นแหละ ครับแต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงเหลือซุ้มประตูใหญ่ให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ ตั้งตระหง่านสวยงาม เพียงชิ้นเดียวของวังสรรพสาตร ยอดซุ้มมีรูปปั้นเทพธิดาแบบยุโรปยืนถือโคมไฟ ภายในซุ้มมีกระจกสีประดับสวยงามครับ
ครับก็จบไปกับเรื่องสามแพร่ง และตึกเก่า แบบชิโนฯ ความจริงกรุงเทพฯเมืองหลวงของไทย ก็ยังมีเรือนไทยอยู่เช่นกัน แต่ปัจจุบันคงหาชมยากสักหน่อย ต้องไปดูที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด อะไรประมาณนี้ครับ เนื่องจากเหลือน้อยเต็มทน เรื่องเรือนไทยนี้ก็มีเรื่องเยอะเช่นกัน เพราะมีรูปแบบเช่นกัน เช่น เรือนไทยภาคกลาง เรือนไทยภาพเหนือ เรือนไทยภาคอีสาน เรือนไทยภาคใต้อีก ก็คงจะไม่พูดถึงนะครับ เพราะเราคุยกันเรื่องกรงนก แต่ก็มีอะไรที่นำมาประยุกต์ได้นะครับถ้าถามว่าเกี่ยวอะไรกับกับกรงชัยยุทธมั๊ย ก็ต้องตอบตามความจริงว่าไม่เกี่ยวครับ แล้วมาเล่าทำไม? ก็มีเหตุผลนะครับ แต่จะต้องอ่านตอนจบของเรื่อง วิถีคน-วิถีกรง ในบทสรุปครับ ว่ามาพูดเรื่องอาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรมทำไม?
ครับวันนี้ก็ขอแค่นี้ก่อนนะครับ คราวต่อไปจะได้พูดถึงกรงชัยยุทธนะครับ
ปล.เรื่องรูปอาคารสถปัตยกรรมเก่าๆย่านกรุงเทพฯ นั้นคงยังลงรูปให้ดูไม่ได้นะครับ เนื่องด้วยอาจจะติดเรื่องลิขสิทธิ์ กำลังฮิตกันมากขณะนี้ คงต้องพึ่งคุณเอก ถ้าทำได้ ก็ไปถ่ายรูปเองที่แพร่งต่างๆ คือแพร่งภูธร แพร่งนรา ตามตึกเก่าๆ ช่องลมลายฉลุ โรงละครปรีดาลัย(รร.ตะละภัฏศึกษา) พวกลายฉลุต่างๆ เท้าแขนและอื่นๆ ส่วนแพร่งสรรพศาสตร์ก็ที่ซุ้มประตู ถ้าทำได้นะครับ ถ้าไม่ได้ก็คงไม่ได้ แพร่งทั้งสามนี้อยู่ใกล้ๆกันติดๆกัน เดินเที่ยวได้ในวันเดียว มีของรับประทานอร่อยๆ ที่เป็นของดั้งเดิมคงเหลืออยู่มาก เช่นก๊วยเตี๋ยวสมองหมู ของชาวจีนแคะ อร่อยมาก ในสมัยก่อน สมองหมูเป็นก้อนเลยครับ ปัจจุบันหั่นซอยเป็นแว่นๆตามสภาพเศรษฐกิจ ข้าวหมกไก่เจ้าเก่า ข้าวหมูแดงหมูกรอบ ข้าวมันไก่ บะหมี่หมูแดง ขนมต่างๆมากมาย อู่รถยนตร์โบราณจำชื่อไม่ได้แล้ว ร้านซ่อมกระเป๋าเดินทางสุดยอดฝีมือ โอ้ยไปดูเองเถอะนะเยอะ
ครับเอาเท่านี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
คุณตุ้ย
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น
ทีมพัฒนาเว็บฯระดับเริ่มต้น


เข้าร่วมเมื่อ: 28/08/2013
ตอบ: 41

ตอบตอบ: 14/09/2014 5:52 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณเอกมาแว้ว.....อิอิ Idea Idea Idea
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
ก.นิรนาม
สมาชิกกิตติมศักดิ์
สมาชิกกิตติมศักดิ์


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2013
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 21/09/2014 8:50 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ครับมาต่อกันเลยดีกว่านะครับ ส่วนรูปก็คงไม่มีประกอบนะครับ เพราะผมเองก็เอารูปมาลงในนี้ไม่เป็นครับ คนโบราณ + โง่ด้วยครับยอมรับ

สำหรับในกทม. กรงนกกรงฯรุ่นเก่าที่ทำในกทม.นั้น ก็มีกรงของคุณชัยยุทธ คนเดียว เนื่องในสมัยก่อนนั้น นกกรงฯก็ยังไม่ค่อยมีใครเลี้ยงกันนักครับ
คุณชัยยุทธ เป็นผู้ที่ริเริ่มนำมาเผยแพร่ และทำกรงขายด้วย คุณชัยุทธเองเดิมเป็นคนสงขลา เกิดและเติบโตอยู่ที่นั้น ต่อมาแกก็เข้ามาศึกษาต่อและเข้ารับการทหารอากาศ อยู่กรมช่างอากาศสะพานแดงบางซื่อ ด้วยที่แกชอบเลี้ยงนกกรงฯมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนที่ยังอยู่ที่สงขลา ช่วงว่างแกมักจะขลุกอยู่ที่บ้านแปะนันท์ แปะนันท์คนนี้แกมีอาชีพต่อนกกรงฯที่เขาแก้วมาขาย ที่เขามักจะเรียกว่านกบางดานนั่นแหละ เนื่องจากคนในตัวสงขลาเวลาไปต่อนกก็จะขี่จักรยานไป และเข้าทางบ้านบางดาน เอารถจอดไว้ที่ตีนเขาแล้วเดินขึ้นไปต่อนกบนเขาแก้ว ก็เลยเรียกว่านกบางดาน คนรุ่นหลังๆบางคนก็งง ที่บ้านบางดานไม่เห็นมีนกเลย ที่จริงเขาเข้าไปต่อทางด้านนั้น เอาไว้จะเล่าให้ฟัง เรื่องนกควนหิน นกน้ำกระจายก็เช่นกัน ถ้ามีโอกาสจะเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะครับ
แปะนันท์แกก็จะทำกรงต่อ(เพนียด) กรงนกกรงฯด้วย รูปทรงก็เป็นแบบสไตล์สงขลาดั่งเดิม คือแบบลูกตั้ง ที่ในปัจจุบันมักเรียกว่ากรงสปอร์ตอะไรนั่นแหละครับ แต่เมื่อก่อนเขาเรียกว่ากรงลูกตั้ง ที่ดูพิเศษหน่อยก็มีซี่แซมบนล่างของเอว ก็เรียกว่ากรงซี่แซม กรงลูกตั้งแบบสงขลานี้จะสอบด้านบนมากหน่อย ซึ่งก็เป็นอัตลักษณ์ของสงขลาเขาครับ
คุณชัยยุทธแกก็ไปคลุกคลี อยู่ที่บ้านแปะนันท์ จนได้วิชาทำกรงมา ทำใช้เองในสมัยนั้น จนได้เขามาอยู่ที่กทม. และนำนกกรงฯมาเผยแพร่ จึงได้ทำกรงด้วย สมัยแรกๆก็ขายอยู่ตลาดนัดท้องสนามหลวง ตลอดมาจนถึงตลาดนัดสวนจตุจักร กรงของคุณชัยยุทธจึงเป็นกรงรูปแบบ (Style) สงขลา นอกจากกรงลูกตั้งแกก็ยังทำเป็นแบบที่ในปัจจุบันเรียกว่ากรงผ่าวาฬ ทำไมผมสะกดวาฬแบบนี้ มันก็มีปุจฉาซ่อนอยู่ครับ คนที่เล่นไม่ทันในยุคเก่า ก็ไม่เข้าใจเรียกกันจนมั่วไปหมด เนื่องจากมีศาสตราจารย์เซียนกท่านหนึ่ง เอามาเขียนจนเพี้ยนไปหมด โดยไม่รู้ที่ไปที่มา จนเรียกกันติดปากมาแบบนี้ ผมเองก็ไม่ได้จะมาเปลี่ยนแปลงการเรียกอะไรนะครับ เพียงอยากจะให้เข้าใจกันให้ถูกต้องเท่านั้น แล้วก็เรียกกันไปเถอะเพราะมันติดปากกันไปแล้ว ในบทสรุปจะเฉลยให้ฟังครับ เอาเท่านี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้     หน้ากระดานข่าวหลัก -> สินค้า/แข่งขัน/พูดคุยทั่วไป ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
หน้า 7 จากทั้งหมด 9

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group

themes by websurin